มีหลายประเภท โดยแต่ละประเภทเหมาะสมกับการใช้งานและช่วงอุณหภูมิที่แตกต่างกันออกไป โดยทั่วไปจะแบ่งประเภทตามโลหะที่ใช้ ซึ่งส่งผลต่อช่วงการวัดและความแม่นยำของการวัด ดังนี้:
1.1 Type K (ChromelAlumel)
ช่วงการวัดอุณหภูมิ: -200°C ถึง 1372°C
นิยมใช้งานทั่วไปในอุตสาหกรรม โดยเฉพาะงานที่มีอุณหภูมิสูง
1.2 Type J (IronConstantan)
ช่วงการวัดอุณหภูมิ: -40°C ถึง 750°C
เหมาะกับการใช้งานในอุตสาหกรรมที่มีอุณหภูมิปานกลาง แต่ไม่เหมาะกับสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นสูงเพราะอาจเกิดสนิมในโลหะได้
1.3 Type T (CopperConstantan)
ช่วงการวัดอุณหภูมิ: -200°C ถึง 350°C
นิยมใช้ในห้องทดลองหรืออุปกรณ์ทางการแพทย์ เหมาะกับการวัดอุณหภูมิต่ำ
1.4 Type E (ChromelConstantan)
ช่วงการวัดอุณหภูมิ: -200°C ถึง 900°C
มีความแม่นยำสูงเมื่อเทียบกับชนิดอื่นในช่วงอุณหภูมิต่ำ ใช้ได้ดีในสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นสูง
1.5 Type N (NicrosilNisil)
ช่วงการวัดอุณหภูมิ: -200°C ถึง 1300°C
ออกแบบมาเพื่อให้ทนทานต่อการเกิด oxidation ที่อุณหภูมิสูงได้ดีกว่า Type K
1.6 Type S (Platinum Rhodium Platinum)
ช่วงการวัดอุณหภูมิ: 0°C ถึง 1450°C
ใช้ในงานที่ต้องการความแม่นยำสูง เช่น การหลอมโลหะและงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์
1.7 Type R และ B
ใช้โลหะคล้าย Type S แต่มีช่วงการวัดสูงกว่า